โรงเรียนมัธยมหญิงล้วนสุดชิคในนิวซีแลนด์

โรงเรียนมัธยมชายล้วนสุดเจ๋งในนิวซีแลนด์

new sat 2016

New SAT คืออะไร

new sat test

SAT (Scholastic Assessment Test) หรือ New SAT

College Board หน่วยงานที่ไม่แสวงผลกำไรของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการจัดการสอบ SAT นี้ขึ้นมาในปี 1926 เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกามีขนาดใหญ่ ทำให้ยากต่อการประเมิณมาตรฐานการเรียนของแต่ละรัฐ ดังนั้นเพื่อให้นักเรียนมัธยมปลายของอเมริกามีคะแนนที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และสามารถใช้คะแนนดังกล่าวในการสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้

SAT เป็นการสอบวัดทักษะด้าน verbal (ภาษาอังกฤษ) และ mathematics (คณิตศาสตร์) ในสาขาทั่วไป และหากนักเรียนที่ต้องการเข้าคณะวิทยาศาสตร์  และวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องสอบวัดความถนัดทางด้านฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาเพิ่มเติมอีกด้วย

โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่างๆ นิยมนำคะแนน SAT มาใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อรับนักศึกษาเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาหลักสูตรนานาชาติทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ส่วนในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าเรียนนั้น จะขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยและสาขาที่กำหนด โดยแต่ละปีจะมีการสอบในเดือนมีนาคม พฤษภาคม มิถุนายน ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม สามารถสมัครสอบ และดูตารางวันสอบผ่านเว็บไซต์ collegeboard

การสอบ SAT ได้มีการพัฒนาข้อสอบ และเปลี่ยนชื่อไปหลายครั้ง ล่าสุดประเทศอเมริกามีการเปลี่ยนข้อสอบ SAT เป็นข้อสอบแบบใหม่ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2016 เรียกว่า Redesigned SAT หรือ New SAT ซึ่งถูกนำมาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2016 เป็นต้นมาเช่นกัน


คุณสมบัติของผู้เข้าสอบ

การสอบ SAT จะใช้ข้อสอบชุดเดียวกันและสอบในเวลาเดียวกันทั่วโลก SAT ไม่จำกัดอายุของผู้เข้าสอบ ซึ่งผลคะแนนสอบมีอายุ 2 ปี และสามารถสอบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง


โครงสร้าง New SAT มีความเปลี่ยนแปลงจาก SAT คือ

  1. ลดข้อสอบ ปัจจุบันลดข้อสอบเหลือเพียง 2 ส่วนคือ Math ให้เวลาสอบ 80 นาที และ Reading & Writing คือ ข้อสอบใหม่จะรวบ Reading และ Writing เข้าเป็นส่วนเดียวกัน ให้เวลา 100 นาที
  2. ลดเวลาการสอบ ลดเวลาการสอบจาก3 ชั่วโมง 45 นาที เหลือ 3 ชั่วโมง เนื่องจากข้อสอบใหม่ไม่บังคับทำ Essay เหมือนแบบเก่า ดังนั้นใครไม่ต้องการสอบ Essay ก็จะใช้เวลาน้อยลง (ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยในไทยส่วนใหญ่ไม่พิจารณาผลคะแนน Essay แต่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศบางแห่งยังต้องการผลคะแนน Essay ด้วย ดังนั้นในการสมัครต้องพิจารณาเกณฑ์ความต้องการของมหาวิทยาลัยด้วย และถ้าสอบ Essay จะได้เพิ่มเวลาอีก 50 นาที)
  1. ลดคะแนน จากเดิมคะแนนเต็ม 2,400 เหลือ 1,600 คะแนน เนื่องจากการรวมข้อสอบแบบ Reading กับ Writing ทำให้คะแนนลดลง 800 คะแนน โดยจะมาจาก Math 800 คะแนน และ Reading and Writing 800 คะแนน
  2. กรณีตอบผิดไม่มีการหักคะแนน ซึ่งต่างจากการสอบ SAT แบบเดิมที่หากตอบผิดจะมีการหักคะแนนด้วย
  3. เนื้อหาการสอบ

Reading หรือ Evidence-Based Reading มีคำถาม 52 ข้อ ให้เวลาทำ 65 นาที
ในการสอบจะมี 4 Passage และ 1 Pair Passage

  • Literature
  • Documents or Great Global Conversation
  • Social Studies
  • Science(Physics, Chemistry, Biology)

Writing หรือ Writing and Language

มีคำถาม 44 ข้อ ให้เวลาทำ 35 นาที ในการสอบจะมี 4 Passage ในเรื่องที่คล้ายกับ Passage Reading

Mathematics ข้อสอบในส่วนนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

No Calculator โดยมีคำถาม 20 ข้อ ให้เวลาทำ 35 นาที ข้อสอบในส่วนนี้ห้ามใช้เครื่องคิดเลข
แต่ผู้ออกสอบมักจะออกข้อสอบที่ไม่ต้องมีการคำนวณซับซ้อน

Calculator โดยมีคำถาม 38 ข้อ ให้เวลาทำ 55 นาที ข้อสอบส่วนนี้ใช้เครื่องคิดเลขได้ตามปกติ

ในข้อสอบแบบใหม่นี้ พบว่าการสอบ New SAT ให้ผลคะแนนที่สูงกว่าการสอบ SAT แบบเดิม และปัจจุบันการเรียนหลักสูตรนานาชาติก็มีมากขึ้น ทำให้การสอบ New SAT เป็นอีกหนึ่งมาตรฐานที่นักเรียนนิยมสอบมากขึ้น เพื่อใช้ยื่นสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยที่มีหลักสูตรนานาชาติ โดยคะแนนสอบ SAT ใช้ยื่นสมัครที่คณะไหนสถาบันไหนในประเทศไทยได้ ก็จะมี
1. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (Inter) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2. หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (Inter) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (Inter) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิศวกรรมยานยนต์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิศวกรรมนาโน
4. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (Inter) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม วิทยาการคอมพิวเตอร์
5. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (Inter) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
6. หลักสูตรวิทยาศาสตรและการบริหารธุรกิจบัณฑิต (Inter)มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
7. หลักสูตรนานาชาติกว่า 10 สาขาวิชามหาวิทยาลัยมหิดล
8. หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรและศิลปบัณฑิต (Inter) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ บางมด
9. หลักสูตร Inter ทุกสาขาวิชา ABAC และอื่นๆ อีกหลายหลักสูตร

แหล่งข้อมูล wikipedia

GED คืออะไร

GED (General Educational Development) เป็นระบบการศึกษารูปแบบหนึ่ง เสมือนเป็นการเรียนเพื่อสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ตามหลักสูตรของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ที่ไม่ได้จบม.ปลายหรือ High School สายสามัญ และสามารถใช้ประกาศนียบัตรสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาได้ ทั้งในอเมริกา และต่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) ที่รับรองหลักสูตรนี้ อาจจะเรียกได้ว่าคล้ายกับการเรียน กศน. ของไทยก็ว่าได้ แต่เป็นหลักสูตรของอเมริกานั้นเอง

ปัจจุบันนักเรียนให้ความสนใจสมัตรเรียน GED กันมากขึ้น เพราะเป็นหลักสูตรที่ช่วยให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เร็วขึ้นกว่าปกติ ส่วนเรื่องการเตรียมตัวนั้นสามารถเลือกหาซื้อคู่มือมาอ่านเอง หรือสมัครเรียนกับสถาบันที่เปิดติวโดยเฉพาะ ปัจจุบันปรับปรุงหลักสูตรเรียกว่า New GED


คุณสมบัติของผู้เข้าสอบ

  • ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และจะสามารถสมัครสอบได้ก็ต่อเมื่อมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (Consent Form) โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ https://ged.com/
  • สามารถสมัครสอบได้ทางอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ https://ged.com/ ได้ทุกวันเวลา ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยจะต้องลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้ก่อนทำการสมัครสอบ
  • การสอบ GED มีจัดสอบทุกวันตลอดทั้งปี ในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 9.00-16.00 น.(ใช้ Passport ในการเข้าสอบ)

สนามสอบในไทยปัจจุบันมีอยู่ 5 แห่ง ได้แก่

1. Paradigm Language Institute อาคารอัลมาลิงค์ ชั้น 2 หลังเซ็นทรัลชิดลม (BTS ชิดลม) กรุงเทพฯ
2. Pearson Professional Centers :BB Building, ชั้น 10 ถ.อโศกมนตรี สุขุมวิท 21 (BTS อโศก) กรุงเทพฯ
3. Thabyay Education Foundation อ.แม่สอด จ. ตาก
4. Movaci Technology: 420/11-13 ถนนช้างคลาน  อ. เมือง จ. เชียงใหม่
5. Phuket Academic Language School จ.ภูเก็ต

ค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ

  • ค่าธรรมเนียมในการสอบวิชาละประมาณ 60 ดอลล่าร์สหรัฐ
  • ค่าประกาศนียบัตร (Diploma) 18 ดอลล่าร์สหรัฐ (จะได้รับเมื่ออายุ 17 ปีบริบูรณ์)
  • ค่าใบแสดงผล (transcript) 15 ดอลล่าร์สหรัฐ
    *หมายเหตุ ค่าธรรมเนียบสอบอาจมีการเปลี่ยนแปลง

เกณฑ์การคิดคะแนน จะคิดจากการสอบ 4 วิชา

1. คณิตศาสตร์ (Mathematical Reasoning) ใช้เวลาสอบ 115 นาที
2. วิทยาศาสตร์ (Science) ใช้เวลาสอบ 90 นาที
3. สังคม (Social Studies) ใช้เวลาสอบ 70 นาที
4. การอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษ (Reasoning Throught Language Art) ใช้เวลาสอบ 150 นาที

คะแนนเต็มของแต่ละวิชาคือ 200 คะแนน รวมทั้งหมด 800 คะแนน ผู้สอบต้องสอบให้ได้อย่างต่ำ 145 คะแนนต่อหนึ่งวิชาถึงจะผ่าน โดยจะมีคะแนนรวมของทั้ง 4 วิชารวมกันไม่น้อยกว่า 580 คะแนน หลังจากสอบผ่านทั้ง 4 วิชาแล้วนั้น ผู้สอบก็จะสามารถดำเนินการขอวุฒิการศึกษา (diploma) และใบคะแนนผลการศึกษา (transcript) ได้

เกณฑ์การให้คะแนนของ GED

  • Below Passing: 100-144
  • GED®Passing Score: 145-164
  • GED®College Ready: 165-174
  • GED®College Ready + Credit: 175-200

ในกรณีสอบ GED ไม่ผ่านสามารถสอบซ่อมเพื่อให้ได้คะแนนเพิ่มโดยสามารถเลือกสอบซ่อมเฉพาะวิชาที่ได้คะแนนน้อยหรือสอบซ่อมทุกวิชาก็ได้ กระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้ใช้ประกาศนียบัตร GED Diploma ในการสมัครสอบได้ในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่เปิดรับวุฒินี้ หรือสมัครเข้ามหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์ในไทย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และมหาวิทยาลัยเอกชน ในบางสาขาได้ เป็นต้น

Kaplan Promotion 2018

THAILAND – UP TO 30% DISCOUNT

ON ENGLISH LANGUAGE COURSES IN ALL KIE SCHOOLS

  • 30% discount in all USA schools
    + Free University Placement Service for 10+ week bookings
  • 30% discount in all AUSTRALIA schools
  • 25% discount in all NEW ZEALAND schools
  • 25% discount in all CANADA schools
    + Free University Placement Service for 10+ week bookings
    + Waived Enrollment Fee for 24+ week bookings
  •  20% discount in all UK & IRE schools

Promotion applies to new bookings and course extensions received between 01/01/18 to 30/06/18

Valid at all Kaplan International English schools in UK, IRE, USA, CAN, AUS and NZ

Terms and conditions

  • This offer is available at all Kaplan International schools in UK, IRE, USA, CAN, AUS and NZ.
  • Discounts apply to tuition only. Additional services and supplements are charged separately.
  • This offer applies to bookings from residents of Thailand only.
  • Students are entitled to one start date postponement/change only with this promotional offer.
  • Offer valid for all course start dates no later than 30/12/18.
  • Please quote promotion code “AS403” when booking to redeem this offer.
  • This offer can be used in conjunction with any other current promotion.
  • Courses in this special offer are subject to Kaplan’s standard terms and conditions.

Download PDF

ทุนการศึกษาจากรัฐบาลออสเตรเลีย

Endeavour Scholarships and Fellowships เอนเดเวอร์เป็นทุนการศึกษาจากรัฐบาลออสเตรเลีย มีทั้งหมดสี่ประเภท คือทุนปริญญาโทและปริญญาเอก ทุนเพื่อการวิจัย ทุนอาชีวศึกษาและฝึกอบรม ทุนศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาบุคลากร โดยมอบให้แก่นักศึกษา นักวิจัย ข้าราชการ และบุคคลทั่วไปใน 125 ประเทศทั่วโลก

เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2560 (เพื่อไปศึกษาต่อในปี 2561)

 ทุนปริญญาโท และปริญญาเอก (Endeavour Postgraduate Scholarship)
 ทุนเพื่อการวิจัย (Endeavour Research Fellowship)
 ทุนอาชีวศึกษาและฝึกอบรม (Endeavour Vocational Education and Training Scholarship)
 ทุนศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาบุคลากร (Endeavour Executive Fellowship)

All recipients will receive
 travel allowance: $3,000 (provision to pay up to $4,500 under special circumstances)
 establishment allowance: $2,000 (fellowships) or $4,000 (scholarships)
 monthly stipend: $3,000 (paid up to the maximum category duration on a pro-rata basis)
 health insurance for the full category duration (OSHC for international recipients)
 travel insurance (excluding during program for international recipients)

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊ก : https://internationaleducation.gov.au/endeavour

 

เรียนที่นิวซีแลนด์ดีอย่างไร

ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีความสงบสุขมากที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 2 (Ranked 2nd Most Peaceful Countries in The World 2017 by Global Peace Index) โดยพิจารณาจากรายได้ การศึกษา และระดับของการรวมกลุ่มในระดับภูมิภาค, ความโปร่งใสในระดับสูงของรัฐบาล และอัตราการทุจริตต่ำ ความมีเสถียรภาพมั่นคง

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าอย่างแท้จริงทางด้านสังคม วัดจากจำนวนนักโทษที่ถูกคุมขังที่มีปริมาณน้อย และมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน มีอัตราการจ้างงานสูง นอกจากนี้ยังมีระบบตุลาการที่แข็งแกร่งและเป็นอิสระจากการเมือง และตำรวจมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการดูแลประชาชนให้อยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้อัตราอาชญากรรมต่ำมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

เพราะรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาของประเทศ ก็คือระบบการศึกษา ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก และการดูแลสุขภาพอย่างดี เพราะประชาชนจะได้รับการดูแลสุขภาพฟรีจากรัฐบาล หรือมีค่าใช้จ่ายต่ำในกรณีเจ็บไข้ได้ป่วย อีกทั้งยังมีเงินสนับสนุนจากรัฐบาลในกรณีว่างงาน เพราะปัญหาอาชญกรรมที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ทำให้นักเรียนของประเทศนิวซีแลนด์สามารถโฟกัสในเรื่องเรียนได้อย่างเต็มที่ และ สนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ นอกห้องเรียนได้อยากสบายใจอีกด้วย

  1. นักเรียนเรียนที่นิวซีแลนด์จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
    ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชนชาติ และวัฒนธรรม คนนิวซีแลนด์เป็นคนที่มีวิถีชีวิตเรียบง่ายๆ สบายๆ และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง อีกทั้งรัฐบาลออกระเบียบบังคับให้มี Code of Practice for Pastoral Care เพื่อให้ทางโรงเรียนหรืออาจารย์ผู้ดูแลมีแนวทางที่ชัดเจนในการดูแลนักเรียนต่างชาติ เพื่อดูแลความปลอดภัยทางด้านสุขภาพกายและใจที่ดีของนักเรียนนักศึกษา
  2. ส่วนผสมที่ลงตัวของเทคโนโลยีและธรรมชาติ
    นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความเจริญและมีความทันสมัย โดยนวัตกรรมใหม่ๆ มักจะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นการนำร่องก่อนขยายผลไปประเทศอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็มีรักษาความสมดุลทางธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อเสียงก้องโลกให้นักเรียนได้มีประสบการณ์ในการค้นหาความท้าทายใหม่ๆ ในขณะที่เรียนในนิวซีแลนด์
  3. เรียนรู้จากการเรียนและกิจกรรม
    การเรียนที่นิวซีแลนด์ไม่ได้เน้นเฉพาะการเรียนทฤษฎี แต่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของการเรียนในห้องเรียน และการทำกิจกรรมนอกห้อง ซึ่งได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่า เป็นการเรียนที่ดีที่สุดในโลก Study Life Balance
  4. สุขภาพและร่างกายเมื่ออาศัยที่นิวซีแลนด์
    เนื่องจากที่นิวซีแลนด์มีพื้นที่เปิดอย่างกว้างขวาง เป็นเรื่องไม่ยากที่จะมี Healthy Lifestyle ทุกเมืองในนิวซีแลนด์ห่างจากทะเลไม่เกิน 120 กิโลเมตร ในตัวเมืองก็มีสวนสาธารณะ ทางสำหรับจักรยาน สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ทางเดินป่า อากาศที่แสนสดใสบริสุทธิ์ ทำให้นักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  5. อากาศดีๆในนิวซีแลนด์
    นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีสภาพอากาศแบบสบายๆ ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป มี 4 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูใบใม้ร่วง และฤดูใบให้ผลิ นักเรียนจะได้ประสบการณ์ทั้งการเล่นสกีในหน้าหนาว และกีฬาทางน้ำในหน้าร้อน อีกทั้งมีการเปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียนให้เหมาะกับฤดูกาลอีกด้วย (ระดับชั้นประถมและมัธยมศึกษา)
  6. งานแสดงศิลปะและดนตรี
    นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับดนตรี งานศิลปะ การออกแบบ ดีไซน์ มีงานนิทรรศการ แสดงผลงานอยู่เสมอ นักเรียนทุกคนมีโอกาสได้ชมผลงาน หรือแสดงผลงานของตัวเองในงานแสดงต่างๆ ที่มีขึ้นตลอดทั้งปีอีกด้วย
  7. ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ
    นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ค่าเล่าเรียนไม่แพงถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่คนนิยมไปเรียนกัน แม้กระทั้งเปรียบเทียบกับประเทศใกล้บ้านอย่างสิงคโปร์เองแล้ว นิวซีแลนด์ยังมีค่าใช้จ่ายของค่าเล่าเรียนที่ประหยัดมากกว่า และค่าครองชีพก็ยังต่ำกว่าหลายๆ ประเทศ อย่างออสเตรเลีย อังกฤษ สิงคโปร์ อเมริกา อีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่าทั้งคุณภาพและราคากันเลยทีเดียว

Visa และค่าทำเนียมวีซ่า

การเดินทางไปต่างประเทศนั้น จำเป็นต้องขออนุญาติเจ้าของประเทศในการเข้าประเทศ ตามวัตถุประสงค์ของผู้เดินทาง เช่นท่องเที่ยว ทำงาน หรือเพื่อการศึกษา แต่ละประเทศจะมีวีซ่าหลากหลายประเภท ด้วยชื่อเรียกที่แตกต่างกัน แต่หากแบ่งตามวัตถุประสงค์ โดยส่วนใหญ่จะแบ่งได้ ดังนี้

  • Transit Visa (วีซ่าเปลี่ยนเครื่อง) ปกติจะมีอายุประมาณ 5 วัน เพื่อเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่เป็นจุดหมาย
  • Tourist Visa (วีซ่าท่องเที่ยว) เพื่อจุดประสงค์ในการท่องเที่ยวหรือสันทนาการ โดยไม่มีกิจกรรมทางธุรกิจหรือเรื่องงานมาเกี่ยวข้องระหว่างการเดินทาง
  • Business Visa (วีซ่าธุรกิจ) เป็น Visa ที่มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำธุกิจการค้าในประเทศนั้นๆ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ ซึ่ง Visa ประเภทนี้ ในบางประเทศจะมีการรวมเอาการจ้างงานอย่างถาวรไว้ด้วย
  • Temporary Worker Visa (วีซ่าทำงาน ชั่วคราว) เพื่อยืนยันการได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศนั้นๆ ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องมีเอกสารจ้างงานจากหน่วยงานในประเทศนั้น ระบุ ตำแหน่งหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน การขอวีซ่าประเภทนี้จะใช้เวลาการขอนานกว่าวีซ่าอื่นๆ
  • On-Arival Visa (วีซ่าที่ได้รับเมื่อเดินทางถึงสนามบินที่เป็นจุดหมายการเดินทาง) Visa ชนิดนี้ จะได้รับตรงจุดตรวจคนเข้าเมือง
  • Spousal Visa หรือ Partner Visa (วีซ่าแต่งงาน) อนุญาตให้คู่แต่งงาน (เพศชายหรือหญิงก็ตาม) ที่เป็นคู่ชีวิตของประชากรของประเทศนั้นๆ สามารถเดินทางมาและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้
  • Student Visa (วีซ่านักเรียน) อนุญาตให้ผู้ถือ วีซ่าชนิดนี้ สามารถทำการเรียนในประเทศที่ได้รับ วีซ่านักเรียนได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่บางประเทศก็ใช้ วีซ่าท่องเที่ยว แทน วีซ่าชนิดนี้

ค่าธรรมเนียมวีซ่าแต่ละประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามแต่ทางสถานทูตจะระบุมา และอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินต่างประเทศในแต่ละวันโดยสามารถเช็คค่าธรรมเนียมล่าสุดจากเว็ปไซด์ของสถานทูตได้ตามนี้

  • วีซ่าอเมริกา USA

    160 USD ขึ้นอยู่กับค่าเงินดอล์ล่าในแต่ละวัน โดบประมาณ 5,600 บาท
    (อัตราแลกเปลี่ยน คิดที่ 35 บาทต่อ 1 $US)

กระนั้นประเทศไทยก็สามารถไปในหลายๆ ประเทศโดยไม่ต้องใช้วีซ่า แต่ระยะเวลาที่อยู่ได้ขึ้นอยู่กับข้อตกลง รายชื่อประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางไป ขอตรวจลงตรา ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่าจากประเทศไทยไปก่อน  (อัพเดทล่าสุด 20 กุมภาพันธ์ 2558 จาก กรมการกงสุล)

อาร์เจนตินา (90 วัน)บาห์เรน * (14 วัน)บราซิล (90 วัน)บรูไน * (14 วัน)
กัมพูชา (14 วัน)ชิลี (90 วัน)เอกวาดอร์ * (90 วัน)จอร์เจีย * (90 วัน)
ฮ่องกง (30 วัน)อินโดนีเซีย * (30 วัน)ญี่ปุ่น* (15 วัน)สาธารณรัฐเกาหลี (90 วัน)
ลาว (30 วัน)มาเก๊า (30 วัน)มองโกเลีย (30 วัน)มาเลเซีย * (30 วัน)
มัลดีฟส์ * (30 วัน)ปานามา* (180 วัน)เปรู (90 วัน)ฟิลิปปินส์ * (30 วัน)
รัสเซีย (30 วัน)เซเชลส์ * (30 วัน)สิงคโปร์ * (30 วัน)แอฟริกาใต้ * (30 วัน)
ตุรกี * (30 วัน)วานูอาตู * (90 วัน) เวียดนาม (30 วัน)เมียนมาร์ (14 วัน) **

 

หมายเหตุ
1.) * หมายถึง ประเทศที่ประกาศยกเว้นการตรวจลงตราแก่ไทยฝ่ายเดียว ที่เหลือนอกจากนั้นคือ ประเทศที่ทำความตกลงทวิภาคีกับไทย

2.) ** หมายถึง เฉพาะการเดินทางเข้าประเทศผ่านท่าอากาศยานนานาชาติเท่านั้น

3.) เอกวาดอร์ประกาศยกเว้นการตรวจลงตราแก่คนทุกสัญชาติเพื่อการท่องเที่ยว เมื่อ มิ.ย. 2551 ซึ่ง สอท. ณ กรุงลิมา ได้แจ้งเพิ่มเติมว่าครอบคลุมถึงผู้ถือหนังสือเดินทางทุกประเภท

4.) ไต้หวันอนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่มีถิ่นที่อยู่ถาวร หรือได้รับการตรวจลงตราแบบเดินทางเข้า-ออกได้หลายครั้งจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราในการเดินทางเข้าไต้หวัน สามารถขอหลักฐานเข้าไต้หวันได้ที่เว็บไซต์ https://nas.immigration.gov.tw และนำหลักฐานที่ได้รับแสดงต่อสายการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (กรณีที่ผู้แสดงหลักฐานแต่ไม่สามารถแสดงวีซ่าของประเทศดังกล่าวในข้อ 1 จะถูกปฎิเสธการเข้าไต้หวัน)

5.) รัสเซียยกเว้นการตรวจลงตราให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยที่ประสงค์จะเดินทางเข้ารัสเซียเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น หากเป็นด้วยวัตถุประสงค์อื่น ก็อาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองได้ ดังนั้น คนไทยที่จะเดินทางไปรัสเซียควรขอรับการตรวจลงตราให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศทุกครั้ง

6.) ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยจะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราในการเดินทางเข้าคอสตาริกา หากได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว ลูกเรือ หรือธุรกิจเข้าสหรัฐฯ แคนาดา Schengen ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ และการตรวจลงตราดังกล่าวมีอายุเหลืออย่างน้อย 3 เดือนนับจากวันที่เดินทางเข้าคอสตาริกา หรือเป็นผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐฯ แคนาดา หรือสหภาพยุโรปที่มีระยะเวลาอนุญาตให้พำนักในฐานะผู้มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศดังกล่าวเหลืออย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันที่เดินทางเข้าคอสตาริกา สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมสถานเอกอัครราชทูตคอสตาริกาประจำสิงคโปร์ หมายเลขโทรศัพท์ +65 6738 0566 อีเมล์ info@costaricaembassy-sg.net

7.) ปานามายกเว้นการตรวจลงตราให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยทุกประเภท โดยจะพำนักได้ไม่เกิน 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2555

ข้อมูลจาก กรมการกงสุล 25 พฤษภาคม 2560