• Capital

    Ottawa

  • Provinces and Territories

    British Columbia      Saskatchewan
    Alberta                        Quebec
    Ontario                       Prince Edward Island
    New Brunswick         Nova Scotia
    Manitoba                    New Foundland and Labrador

    2 Teritories คือ
    Yukon Territory และ Northwest Territories

  • Area

    Tolal พื้นที่ 9,976,140 ตารางกิโลเมตร
    ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

  • Population

    35.6 ล้านคน (2014)

  • Language

    English
    France

แคนาดา การศึกษาคุณภาพในราคาเกินคุ้ม

ด้วยขนาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และที่ตั้งที่อยู่ทางเหนือมากที่สุดในโลก ทำให้แคนาดาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร จากประวัติศาสตร์ หลังสิ้นสุดยุคสงครามแย่งชิงดินแดนทางตอนเหนือของทวีปอเมริการะหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสที่ยืดเยื้อแย่งกันถึงเจ็ดปี ในที่สุดแคนาดาก็ตกเป็นของอังกฤษ และเริ่มถือกำเนิดเป็นประเทศขึ้นในปี ค.ศ.1867

ปัจจุบันแคนาดาใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยถือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรเป็นพระมหากษัตริย์

3

TOP SCORE
ความรู้พื้นฐานระดับมัธยม
วิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์

9

Safest Countries
in The World
(Worldaltas)

61%

English Speaker
ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก

4

Universities
อยู่ในท้อป 100 การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก
QS World Rankings 2016

เหตุผลที่ควรเลือกเรียนในประเทศแคนาดา

รัฐบาลให้ความสำคัญด้านการศึกษามาก พิจารณาได้จากอัตราการใช้จ่ายเงินต่อคนในด้าน การศึกษาสูงกว่าทุกประเทศในกลุ่ม G8 แคนาดาเป็นประเทศ Top 10 ของประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ตามผลการสำรวจของสหประชาชาติและหน่วยงานข้อมูลทางเศรษฐกิจ ชาวแคนาดามี มาตรฐานคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก พลเมืองเกือบ 70% มีบ้าน และทรัพย์สินถาวร นอกจากนี้ยังมีระบบประกันสุขภาพ และสังคมที่มีมาตรฐาน ตลอดจนสื่อบันเทิงและศิลปะอื่นๆ สิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ควบคู่การดูแลรักษาธรรมชาติ รวมถึงนโยบายส่งเสริมความหลากหลายด้านวัฒนธรรม

แคนาดามีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย เนื่องจากมีอัตราการก่ออาชญากรรมต่ำมาก และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชั้นสูง มีภาษาราชการถึง 2 ภาษา คืออังกฤษและฝรั่งเศส และมีโปรแกรมสอนภาษา ทั้ง ESL และ FSL เปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติสามารถเลือกเรียนภาษาที่สนใจได้ภายในที่เดียว

คุณภาพการศึกษาระดับสูง

แคนาดามีมาตรฐานการศึกษาระดับอุดมศึกษากับคุณภาพที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ได้รับการพิจารณาว่ามีระดับเทียบเท่ากับปริญญาที่จบจากอเมริกา อังกฤษ และจุดหมายปลายทางการศึกษาต่อระดับสูงที่อื่น สถาบันการศึกษาของแคนาดา 4 แห่งอยู่ในระดับท้อป 100 มหาวิทยาลัยในการจัดอันดับของ QS World University Rankings 2016 คือ University of Toronto, University of British Columbia, McGill University และ McMaster University

คอร์สการเรียนทางวิชาการทั้งหมดจะได้รับการตรวจสอบเป็นประจำจากสถาบันของตนเพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับสูง หน่วยงานของรัฐบาล เช่นสมาคมมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยแห่งแคนาดา (Association of Universities and Colleges of Canada – AUCC) ที่พร้อมจะทำให้มั่นใจได้ว่า มหาวิทยาลัยดำเนินการให้การศึกษาที่มีคุณภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้

ประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

บางคนอาจจะประหลาดใจเพียงแค่ว่าแคนาดามีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างไร แคนาดาเป็นประเทศที่มีคนอพยพเข้าไป ได้ต้อนรับคนมากกว่า 15 ล้านคนในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา โดยแคนาดาเป็นประเทศแรกในโลกที่นำนโยบายความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาใช้ช่วงทศวรรษ 1970 โดยเน้นคุณค่าของความแตกต่างของสีผิวและชาติพันธุ์ ในขณะที่คำว่า “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม” เป็นคำสามัญในทุกวันนี้ แต่ในแคนาดาไม่เป็นเช่นนั้น แคนาดาเป็นตัวตั้งตัวตีในการสนับสนุนแนวคิดนี้ หนึ่งในสามของชาวแคนาดามีภูมิหลังทางเชื้อชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยการสำรวจจำนวนประชากรล่าสุดแสดงให้เห็นว่า หนึ่งในห้าของชาวแคนาดาไม่ได้พูดภาษาทางการทั้ง 2 ภาษาของแคนาดา คือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส (สังเกตได้ว่าคนที่พูดภาษาฝรั่งเศสส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่มณฑลควิเบก ก็จะพบคนพูดภาษาฝรั่งเศสทั่วประเทศ) กลุ่มชนชาติขนาดใหญ่บางกลุ่มที่อาจเจอได้ก็มี ชาวสก็อต, ชาวไอริช, ชาวเยอรมัน, ชาวอิตาเลี่ยน และชาวจีน ด้วยความแตกต่างนี้จึงทำให้เกิดกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมายขึ้นที่แคนาดานี้

ค่าใช้จ่ายต่ำ

สำหรับประเทศตะวันตกที่สำคัญอย่างแคนาดาที่อวดอ้างว่ามีเมืองใหญ่หลายเมืองแล้ว ค่าครองชีพของแคนาดาถูกกว่าที่อังกฤษหรืออเมริกา ในขณะที่โตรอนโตจัดว่าเป็นเมืองที่แพงที่สุดที่จะเข้าพักอาศัยในประเทศแต่โดยเฉลี่ยแล้วค่าครองชีพที่โตรอนโตก็ยังถูกกว่าที่กรุงลอนดอน มหานครนิวยอร์กหรือซิดนีย์อย่างมาก ซึ่งก็หมายความว่านักเรียนหรือนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการอาศัยอยู่ในเมืองสมัยใหม่อย่างโตรอนโต, มอนทรีล หรือแวนคูเวอร์ได้ด้วยงบประมาณที่ประหยัดกว่าที่อื่น อีกทั้งมหาวิทยาลัยแคนาดาได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้ค่าเล่าเรียนต่ำกว่าที่อื่นๆ อีกทั้งยังมีทุนการศึกษาจากรัฐบาลของประเทศ

สภาพภูมิอากาศ

สภาพอากาศของแคนาดามีความหลากหลายตั้งแต่ขั้วโลกเหนือที่หนาวเย็นเป็นน้ำแข็งที่เส้นรุง้ที่ 70 ไปจนถึงแนวป่าอันเขียวขจีของแถบชายฝั่งตะวันตกของบริติชโคลัมเบีย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว แคนาดามีฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด 4 ฤดูโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแถบภูมิภาคใกล้ชายแดนสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่น อุณหภูมิในช่วงกลางวันของฤดูร้อนอยู่ในช่วง 35 องศาเซลเซียส หรือร้อนกว่านั้น ในขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดในฤดูหนาวอาจติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส สำหรับอุณหภูมิในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับปานกลาง

   อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประจำวัน (องศาเซลเซียส)
เมือง ม.ค. ก.พ. มี.ค เม.ษ. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
แวนคูเวอร์ 3 4.7 6.3 8.8 12.1 15.2 17.2 17.4 14.3 10 6 3.5
แคลการี่ -9.6 -6.3 -2.5 4.1 9.7 14 16.4 15.7 10.6 5.7 -3 -8.3
เอดมันตัน -14.2 -10.8 -5.4 3.7 10.3 14.2 16 15 9.9 4.6 -5.7 -12.2
โตรอนโต -4.5 -3.8 1 7.5 13.8 18.9 22.1 21.1 16.9 10.7 4.9 -1.5
ออตตาวา -10.7 -9.2 -2.6 5.9 13 18.1 20.8 19.4 14.7 8.3 1.5 -7.2
ควิเบค -12.4 -11 -4.6 3.3 10.8 16.3 19.1 17.6 12.5 6.5 -0.5 -9.1
City Information

ข้อมูลเบื้องต้นของเมืองต่างๆ ในแคนาดา

แคนาดาเป็นประเทศที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี มีทัศนยภาพที่งดงามของน้ำตกไนแองกรา สวนธรรมชาติ Banff และภูเขาร้อกกี้ เป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง แถมแคนาดายังมีเมืองใหญ่ที่ทันสมัยมากมาย ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์ที่กว้างใหญ่ จึงทำให้แคนาดามีความแตกต่างกัน

Vancouver

แวนคูเวอร์เป็นเมืองท่า ตั้งอยู่ในรัฐ British Columbia ทางตะวันตกของแคนาดา และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในแถบนี้ และมากเป็นอันดับ 8 ของแคนาดา ต้นกำเนิดของเมืองเริ่มตั้งแต่ตอนปลายของศตวรรษที่ 19 ซึ่งในตอนนั้นแวนคูเวอร์เป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ที่เรียกว่า Granville หรือ Gastown ซึ่งเกิดจากโรงแรมเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นให้ช่างไม้ได้พักอาศัย จากโรงแรมเล็กๆ ริมน้ำ ขยายใหญ่กลายเป็นเมืองแวนคูเวอร์อย่างรวดเร็วเนื่องจากการพัฒนาด้านทางรถไฟของแคนาดา ทำให้ผู้คนหลั่งใหลมารวมกัน ณ ที่แห่งนี้

ท่าเรือของแวนคูเวอร์นับเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา ทำให้เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกและนำเข้าสินค้าไปโดยปริยาย นอกจากนี้เมืองยังทำรายได้มหาศาลจากอุตสาหกรรมโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่เข้ามาถ่ายทำ อีกทั้งความสวยงามของเมืองแห่งนี้เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักศึกษาต่างชาติให้แวะเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

แวนคูเวอร์เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก โดยประชากรเกินครึ่งไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ประกอบด้วยชาวเอเชียซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนถึง 25% (ไชน่าทาวน์ของที่นี่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอเมริกาเหนือ) นอกจากนี้ยังมีภาษาพันจาบี และภาษาเวียดนาม ที่ถูกใช้อย่างกว้างขวาง นับได้ว่าแวนคูเวอร์เป็นเมืองแห่ง multiculture ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

เนื่องจากพื้นที่ 3 ใน 4 ของแวนคูเวอร์ ถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาจึงทำให้เป็นเมืองที่มีภูมิอากาศอบอุ่นที่สุดในประเทศแคนนาดา เลยเป็นเหตุผลสำคัญอีกประการที่ทำให้คนเอเชียนิยมมาอยู่ที่เมืองนี้อีกด้วย

Toronto

โทรอนโต เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศแคนดานา และเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 4 ในทวีปอเมริกาเหนือ โทรอนโตเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐออนแทรีโอ ของแคนาดา ตั้งอยู่บนฝั่งริมน้ำทางตอนเหนือของ Lake Ontario เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และมีความเป็นสากลมากที่สุดในประเทศแคนาดา มีประชากรโดยประมาณ 5.5 ล้านคน (2549)

โทรอนโตเป็นเมืองที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกันมากที่สุดในโลก โดย 40% ของประชากรเป็นคนต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัย โทรอนโตยังได้ชื่อว่าเป็นนิวยอร์กแห่งแคนาดา เป็นเมืองที่สะอาดและปลอดภัยที่สุดในอเมริกาเหนือ และเนื่องจากมีการผสมผสานกันระหว่างคนหลายเชื้อชาติทำให้โทรอนโตมีชีวิตกลางคืนที่มีสีสัน และร้านอาหารให้เลือกหลายชาติ

อีกทั้งโทรอนโตมีงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ มีโรงละครที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สนามกีฬาระดับโลก นักเรียนที่มาเรียนที่นี่มีโอกาสมากมายที่จะได้ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนต่างวัฒนธรรมที่นี่ เช่น การเดินเที่ยวชมเมือง เยี่ยมพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ ดูภาพยนตร์ ชมสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อ เช่น ตึก CN Tower, Ontario Place, Harbourfront และ Casa Loma ในช่วงฤดูร้อนก็สามารถไปนั่งเรือแคนูเที่ยวชมสวน Algonquin หรือนั่งรถไปเที่ยวที่น้ำตกไนแองการ่า เล่นสกีที่บลูเมาเท่น และยังมีการจัดเทศกาลด้านศิลปวัฒนธรรมนานาชาติมามาย และเทศกาลภาพยนตร์กว่า 30 งานต่อปี ทำให้นักเรียนมีกิจกรรมให้เลือกทำนอกเวลาเรียนอย่างมากมาย

Montreal

มอลทรีออล เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตการปกครองของรัฐควิเบก โดยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศแคนาดา มอลทรีออลเป็นเกาะอยู่ในแม่น้ำ St. Lawrence ซึ่งเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ ผู้คนที่มอลทรีออลสามารถพูดได้ 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส โดยมีชุมชนแบ่งตามเชื่อชาติอยู่ 80 ชุมชน มี 4 มหาวิทยาลัย ทำให้เห็นถึงวิถีชีวิตของมอลทรีออล เมืองที่สร้างอยู่ล้อมรอบภูเขาและมีสวนมากมาย มีชุมชนที่น่าสนใจหลายแห่งเช่น ย่านตัวเมือง ย่านเมืองเก่า Mount Royal และ Island Parks ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ ร้านขายของเก่า ร้านเสื้อผ้าบูติค ร้านอาหารชั้นเยี่ยม ย่านช้อปปิ้งขนาดใหญ่ และเมืองใต้ดิน the Underground City มีหลายอย่างน่าทำ เมื่อมาอยู่ที่มอลทรีออล เช่นกีฬาฤดูหนาว ช้อปปิ้ง เดินตลาด ชมพิพิธภัณฑ์ ท่องเที่ยวผจญภัย หรือแม้แต่พักผ่อนสบายๆ

หากจะมองว่ามอนทรีออลนั้นเป็นยุโรปแห่งอเมริกาเหนือก็คงไม่ผิด เพราะสถาปัตยกรรมในเมืองแห่งนี้ยังคงไว้ด้วยต้นแบบมาจากยุโรปที่งดงาม ด้วยความเก่าแก่ของเมืองมอนทรีออล ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการเงินของแคนาดามาก่อน ที่ผสมผสานเข้ากับความร่วมสมัยแล้วนั้น ทำให้เมืองมอนทรีออลดูคลาสสิคและน่าหลงใหล ทั้งยังเป็นจุดรวมโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์กว่า 50 แห่ง มีทั้งโบสถ์ในสมัยโบราณ และโบสถ์ใหญ่อย่าง Notre-Dame Roman Catholic Church, Basilica, St. George Antiochian Orthodox Church, Church of Notre-Dame-de-la-Défense และ St. Patrick’s Basilica ซึ่งล้วนแล้วแต่ยิ่งใหญ่ตระการตา สมแล้วที่นักเขียนชื่อดังอย่าง Mark Twain ให้สมญานามไว้ว่า “เมืองแห่ง 100 หอระฆัง”

Victoria

วิกตอเรีย หรือเรียกได้ว่า เมืองแห่งสวน (City of Gardens) มีสวนดอกไม้ที่ สวยดุจดังสวนสวรรค์ที่มีชื่อ เสียงโด่งดังอย่าง Butchart Garden ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาชมดูปลาวาฬพิฆาต Killer Whale
 หรือเรียกกันอีกชื่อว่า Orca มีท่าเรืออยู่ใจกลางดาวทาวน์วิกตอเรีย มีอาคารรัฐสภา British Columbia Parliament Buildings
 เป็น landmark หลักของเมือง อีกทั้งวิกตอเรียยังเป็นเมืองหลวงของรัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) อีกด้วย ตั้งอยู่ไม่ไกลไปจากเมืองใหญ่อย่างแวนคูเวอร์อีกด้วย

วิกตอเรียเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสะอาด ความปลอดภัยและน่าอยู่เป็นอย่างมาก มีทิวทัศน์ที่งดงามด้วยภูมิทัศน์ชายฝั่งทะเลที่สวยงาม มีพื้นที่สีเขียวหลายแห่ง เช่น สวนบีคอนฮิลล์ ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองของชาวแคนาดาที่เป็นมิตรและใจดีนี้ วิกตอเรียจึงได้รับเลือกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยความสงบและปลอดภัย รถไม่ติด ไม่มีความเร่งรีบ สภาพอากาศที่ไม่หนาวจนเกินไป อากาศจะอุ่นสบายมากในช่วงซัมเมอร์ ทำให้เมืองวิกตอเรีย (Victoria) เหมาะแก่การเดินทางไปเรียนและศึกษาต่อทั้งระดับมัธยมศึกษาและระดับปริญญา

Vernon

เวอร์นอน เป็นเมืองในหุบเขา Okanagan แห่งรัฐบริติชโคลัมเบีย อยู่ห่างจากเมืองแวนคูเวอร์ประมาณ 4.5 ชั่วโมงทางรถยนต์หรือใช้เวลาเพียง 50 นาทีโดยเครื่องบิน โดยเมืองเวอร์นอนเป็นเมืองขนาดกลาง มีประชากรประมาณ 57,000 คน  ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา แม่น้ำ ภูเขาและทะเลสาบที่สวยงาม คือ Kalamalka Lake, Okanagan Lake และ Swan Lake เวอร์นอนเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวและเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดาเพราะค่าครองชีพไม่สูง เป็นเมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่มีเทคโนโลยีสูง ที่อยู่ควบคู่ไปกับการเกษตรและธรรมชาติได้อย่างลงตัว

Calgary

คาลการี่ เป็นเมืองในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ในแนวเชิงเขาของเทือกเขาร๊อกกี้กับทุ่งหญ้า Canadian Prairies ซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างยิ่งและอุดมไปด้วยภูเขาและทะเลสาบที่ทอดตัวขนานตามแนวเทือกเขา เป็นเมืองที่มีความสะดวกสบายมาก และยังสามารถใช้ชีวิตแบบผ่อนคลายจากความสงบจากธรรมชาติได้ เพราะเป็นที่ตั้งของทะเลสาบสำคัญเช่น Lakelouise, Moraine Lake, Peyto Lake, Emerald Lake และเมืองท่องเที่ยวอย่าง Banff ซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่หลักที่สำคัญของประเทศ

ในตัวเมืองคาลการี่ นักเรียนสามารถขึ้นไปชมวิวได้ที่อาคาร Calgary Tower ไปดูกีฬาฮ๊อคกี้ Calgary Flames ที่สนาม Saddledome หรือไปช้อปปิ้งที่ย่าน 17 Avenue ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่อ มีกิจกรรมหลากหลายจัดในตัวเมือง งานเทศกาล Calgary Stampede จัดอย่างยิ่งใหญ่ในทุกๆเดือนกรกฎาคม ธีมงานจะเป็น Old West แสดงออกถึงความภาคภูมิใจของคนในยุคก่อน มีการจัดแสดงขี่ม้าพยศ ขบวนพาเหรด การแข่งขันขี่ม้าเทียมเกวียน Chuckwagon races และการแสดงอื่นๆมากมาย

คาลการี่ถูกขนานนามว่า Stampede Town เพราะได้มาจากจัดกิจกรรมการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น โดยงานจะจัดนาน 10 วันในทุกๆปี คาลการี่เป็นเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดในแคนาดา ผู้คนที่นี่เป็นมิตรและมีค่าครองชีพต่ำ จึงทำให้ที่นี่เหมาะกับการมาเรียนภาษาและอยู่อาศัย

Education System

ระบบการศึกษาแคนาดา

ระบบการศึกษาของแคนาดาประกอบด้วยสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับมหาวิทยาลัย ภายใต้รัฐธรรมนูญของแคนาดา โดยนโยบาย และระบบการศึกษาถือเป็นความรับผิดชอบของมณฑล ทำให้ระบบการศึกษาในแต่ละมณฑลค่อนข้างจะมีความแตกต่างกัน นักเรียนทุกคนต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับจนถึงอายุ 16 ปี ยกเว้นใน Ontario และ New Brunswick ที่บังคับให้นักเรียนอยู่ในระบบการศึกษาจนถึงอายุ 18 ปี สถานศึกษามีทั้งของรัฐและเอกชน ภาษาราชการมี 2 ภาษา คือ อังกฤษ และฝรั่งเศส สำหรับ Quebec ซึ่งใช้ภาษาฝรั่งเศส นักเรียนต่างชาติจึงควรมีพื้นฐานภาษาที่ดี หรือปรับพื้นฐานในโรงเรียนภาษาก่อน ปีการศึกษาของแคนาดาจะเริ่มประมาณ ก.ย. – มิ.ย. ปีถัดไป

Canada_education_system
Pre-Elementary

ระดับอนุบาล

โดยทั่วไปแล้ว เด็กชาวแคนาดาเข้าเรียนระดับอนุบาล เมื่ออายุ 4 หรือ 5 ขวบ และใช้เวลาเรียน 1-2 ปี ก่อนจะเริ่มเข้าเรียนใน Grade 1 เมื่ออายุประมาณ 6 ขวบ

Elementary

ระดับประถมศึกษา

ส่วนใหญ่ชั้นเรียนประถมจะเริ่มตั้งแต่

  1. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-8 คือ มณฑลออนตาริโอ และ มณฑลมานิโตบา
  2. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-7 คือ มณฑลบริติชโคลัมเบีย และ เขตยูคอน
  3. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-6 คือ ทุกมณฑลนอกจากที่กล่าวมาแล้ว

หลักสูตรชั้นประถมเน้นหนักเรื่องพื้นฐานคณิตศาสตร์ ภาษา สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ และศิลปะ

Secondary

ระดับมัธยมศึกษา

จำนวนปีการศึกษาระดับมัธยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละมณฑลแต่เมื่อรวมการเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาแล้วจะครอบคลุมระยะเวลาในการเรียนเป็น 12 ปี ข้อยกเว้นคือ มณฑลควิเบคจะจัดระบบชั้นมัธยม เลยไปอีก 1 ปี รวมเวลาเรียน 13 ปี และเมื่อเรียนอีก 3 ปี ก็จะได้รับปริญญาตรี ในขณะที่มณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ หลักสูตรปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน  4 ปี

ในมณฑลควิเบคยังมีระบบการศึกษาซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างมัธยมและมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นระบบคล้ายของฝรั่งเศสที่เรียกว่า ซีเจ็พ (CEGEP) การศึกษาในระดับนี้จะรับผู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 5 เข้าเรียนวิชาชีพเป็นเวลา 2 ปี โรงเรียนมัธยมของแคนาดามีทั้งของรัฐบาลของเอกชน ถ้าเป็นของเอกชนต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการแต่ละมณฑล

Secondary Education System

การเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศแคนาดา

High School Diploma

เกณฑ์ในการเก็บเครดิตเพื่อให้จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปลาย

โดยทั่วไปนักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จะมีลักษณะการเรียนแตกต่างกันไปตามแต่ละมณฑล แต่จะมีลักษณะการเรียนและการเก็บคะแนนหรือ เครดิตสำหรับการจบการศึกษามัธยมปลายคล้ายคลึงกัน

ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการจะเรียนจบมัธยมปลายที่รัฐ Alberta นั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการของรัฐจะกำหนดหน่วยกิตขั้นต่ำไว้ดังนี้

  1. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจะต้องสอบให้ได้ 100 เครดิต
    โดยนักเรียนสามารถวางแผนในการเลือกวิชาเรียนเพื่อให้สำเร็จมัธยมปลาย ดังนี้
    35 credits – Grade 10
    35 credits – Grade 11
    30 credits – Grade 12

  2. นักเรียนจะต้องเก็บหน่วยกิตวิชาพื้นฐานให้ได้ตามนี้
    – English 30-1 หรือ English 30-2
    – Social Studies 30-1 หรือ English 30-2
    – Math 20-1 หรือ Math 20-2 หรือ Math 20-3
    – Science 20 or 24 หรือ Biology 20 หรือ Chemistry 20 หรือ Physics 20
    – Physical Education 10 (3 credits)
    – Career and Life Management (CALM) 20 (3 credits)
  3.  นักเรียนจะต้องเรียนและเก็บหน่วยกิตจากวิชาเลือกอีก 10 หน่วยกิต อันประกอบไปด้วย
    – Career and Technology Studies (CTS)
    – Fine Arts
    – Second Languages (French, Spanish, etc.)
    – Physical Education 20 และ/หรือ 30
  4. นักเรียนจะต้องสอบให้ผ่าน 10 หน่วยกิตในวิชาที่อยู่ใน Level 30 (วิชาใน Grade 12)
    ที่นอกเหนือไปจากวิชา English 30-1 หรือ 30-2 และ Social Studies 30-1 หรือ 30-2
Academic Course

วิชาสามัญ

คือวิชาสามัญในหลักสูตรกลาง ที่จะประกอบไปด้วยวิชาทางวิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ โดยจะรวมถึง

วิชาบังคับพื้นฐาน
English, Social Studies, Math, Science, Physical Education, Career and Life Management

วิชาเลือกต่างๆ
Career and Technology Studies (CTS), Fine Arts, Second Languages และอื่นๆ

Special Programs

วิชาพิเศษ

Academies Programs
เป็นวิชาที่เน้นทางด้านวิชาชีพ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพนั้นๆ
มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน อาทิ
Dance Academy, Film Acting Academy, Opera Academy, Softball Academy

Advance Placement Programs (AP)
เป็นวิชาในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งอนุญาติให้เด็กนักเรียนที่มีความพร้อม สามารถเรียนล่วงหน้าก่อนเข้ามหาวิทยาลัยได้ และยังสามารถเอาเครดิตจากการเรียนรู้นี้ไปเทียบโอนหน่วยกิตขณะที่เรียนในมหาวิทยาลัยในอนาคตได้อีกด้วย

Burnaby School District No 41

โรงเรียนมัธยมในแคนาดาเขต Burnaby

School Location Authority Grade Gender Boarding Students Fees(CAD)
Alpha Secondary Vancouver State Gr 10-12 Boy & Girl No 800 14,000
Burnaby Central Secondary Vancouver State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,300 14,000
Burnaby Mountain Secondary Vancouver State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,300 14,000
Burnaby North Secondary Vancouver State Gr 10-12 Boy & Girl No 2,250 14,000
Burnaby South Secondary Vancouver State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,650 14,000
Byrne Creek Secondary Vancouver State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,100 14,000
Cariboo Hill Secondary Vancouver State Gr 10-12 Boy & Girl No 800 14,000
Moscrop Secondary Vancouver State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,500 14,000
Delta School District # 37

โรงเรียนมัธยมในแคนาดาเขต Delta

School Location Authority Grade Gender Boarding Students Fees(CAD)
South Delta Secondary Delta State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,400 14,590
Delta Secondary Delta State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,600 14,590
Sands Secondary Delta State Gr 10-12 Boy & Girl No 800 14,590
Seaquam Secondary Delta State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,300 14,590
Burnsview Secondary Delta State Gr 10-12 Boy & Girl No 750 14,590
Delview Secondary School  Delta State Gr 10-12 Boy & Girl No 700 14,590
North Delta Secondary Delta State Gr 10-12 Boy & Girl No 1,250 14,590
School District No.22 (Vernon)

โรงเรียนมัธยมในแคนาดาเขต Vernon

School Location Authority Grade Gender Boarding Students Fees(CAD)
Charles Bloom Secondary School Vernon State Gr 7-12 Boy & Girl No 325 12,600
Clarence Fulton Secondary School Vernon State Gr 8-12 Boy & Girl No 750 12,600
Kalamalka Secondary School Vernon State Gr 8-12 Boy & Girl No 575 12,600
Vernon Secondary School Vernon State Gr 8-12 Boy & Girl No 900 12,600
W.L Seaton Secondary School Vernon State Gr 8-12 Boy & Girl No 800 12,600
Golden Hills School Division # 75

โรงเรียนมัธยมในแคนาดาเขต Calgary

School Location Authority Grade Gender Boarding Students Fees(CAD)
Three Hills School Calgary State Gr 10-12 Boy & Girl No 450 10,950
Drumheller Valley Secondary School Calgary State Gr 10-12 Boy & Girl Yes 400 10,950
Strathmore High School Calgary State Gr 10-12 Boy & Girl Yes 750 10,950
Crowther Memorial Calgary State Gr 7-9 Boy & Girl Yes 700 10,950
University

การเรียนในระดับมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยในแคนาดามีทั้งขนาดเล็กที่มีนักศึกษาไม่ถึง 1,000 คน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษากว่า 35,000 คน การเข้าศึกษาถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง โดยทั่วไปจะไม่มีการสอบเข้าแต่ละมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานในการรับนักศึกษาเป็นของตนเอง เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกสอบได้ทั้งสถาบันที่ใช้ภาษาอังกฤษ หรือ สถาบันที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส และบางมหาวิทยาลัยยังสอนทั้ง 2 ภาษาอีกด้วย

ระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาตรีของแต่ละมณฑลนั้นแตกต่างกันไปคือ 3-5 ปี โดยปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยจะเป็นระบบ 2 หรือ 3 เทอมก็ได้ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน ถึงเดือนพฤษภาคม ถ้าแบบ 3 เทอม จะรวมภาคฤดูร้อน ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง สิงหาคม ไปด้วยแทนที่จะเป็นเทอมซัมเมอร์

Admission Requirements

เกณฑ์การสมัครเข้าเรียนระดับปริญญา

มหาวิทยาลัยในแคนาดาโดยทั่วไปไม่มีการสอบเข้า แต่ทางมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานของตัวเองในการรับนักศึกษา และเนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษา ผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกสอบได้ทั้งในสถาบันที่ใช้ภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส อีกทั้งบางมหาวิทยาลัยก็เปิดสอนทั้ง 2 ภาษา

โดยนักเรียนอาจเข้าเรียนหลักสูตรมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียนปริญญาตรี 4 ปี ยกเว้นในมณฑลที่เรียนมัธยมถึง Grade 13 จะเรียนปริญญาตรีแค่ 3 ปี

จากระดับนี้ นักศึกษาอาจเข้าเรียนหลักสูตรมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือซีเจ็พ (CEGEP) คำว่า ซีเจ็พ เป็นคำย่อที่มาจากการรวมชื่อของวิทยาลัยเพื่อการศึกษาทั่วไป และวิชาชีพ สำหรับการศึกษาทั่วไปหลักสูตรการเรียนสองปี ส่วนการศึกษาเชิงวิชาชีพ ใช้หลักสูตรการเรียนสามปีในระหว่างระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษา (มณฑลควิเบคจะใช้ระบบการศึกษาซีเจ็พเป็นหลัก)

International Student

นักศึกษาต่างชาติในระดับอุดมศึกษา

สำหรับความสามารถในการใช้ภาษาของนักศึกษาต่างชาตินั้น มหาวิทยาลัยทั่วไป (ยกเว้นที่สอนเป็นภาษาฝรั่งเศส) ใช้คะแนน TOEFL หรือ IELTS โดยต้องได้คะแนนน TOEFL อย่างต่ำ 550 ( TOEFL IBT 79) มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่กำหนดคะแนนไว้ที่ 600 ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่จะเรียน ระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาตรีของแต่ละมณฑลนั้นแตกต่างกันไปคือ 3-5 ปี

หลักเกณฑ์คุณวุฒิการศึกษาที่ต้องการสมัครเรียนในระดับปริญญาตรี

  • มัธยมศึกษา จากประเทศไทยต้องจบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) และได้คะแนน 75 – 95% หรือเทียบเท่า
  • International Baccalaureate (IB) นักเรียนที่เรียนในระบบ IB ต้องมีคะแนนมากกว่า 24 คะแนน และจะต้องมีต้องเกรด 5 ขึ้นไปในแต่ละวิชานั้นขึ้นไปจึงจะนำมานับคะแนนได้ และต้องเป็นคะแนนจากวิชาที่เกี่ยวเนื่องกับสาขาที่สมัครเรียนด้วย
  • British Curriculum A Levels
    นักเรียนในระบบประเทศอังกฤษต้องผ่านจบในต้องเป็นระดับสูง  ต้องมีผลการเรียนขั้นต่ำตามแต่ละสาขาและมหาวิทยาลัยระบุ
Master’s Degree

ปริญญาโท

หลักเกณฑ์การรับสมัครระดับปริญญาโท

การสมัครเข้าเรียนปริญญาโทส่วนใหญ่ ต้องการผลการเรียน GPA ขั้นต่ำตามที่แต่ละมหาวิทยาลัยระบุไว้ คะแนน TOEFL 550 – 600 (ส่วนใหญ่ คะแนน ควรได้ผล 580) หรือ IELTS 6.5 – 7.0 ขึ้นไป
สำหรับ MBA และนักเรียนควรจะมีประสบการณ์การทำงาน 2 ปี และมี GMAT 500 คะแนนขึ้นไป
อาจจะต้องมี Reference Letter จากอาจารย์ หรือผู้คุณวุฒิอีกด้วย

Work&Study

โปรเเกรมเรียนเเละทำงานที่เเคนาดา

มีอยู่สองรูปเเบบคือ

1) Academic Only

เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีเวลาไม่มาก ต้องการเรียนและทำงานไปพร้อมๆกัน เป็นโปรเเกรมระยะสั้น ระยะเวลาตั้ง เเต่ 26 สัปดาห์ ถึง 40 สัปดาห์ โดยนักเรียนสามารถทำ งาน part-time หลังเลิกเรียน ได้ 20 ชม.ต่อสัปดาห์ ตั้งเเต่เริ่มเรียนจนจบหลักสูตร

2) CO-OP Programs

เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการไประยะยาว และอยากได้ประโยชน์สูงสุดจากการฝึกงานอย่างเต็มที่ ประกอบ ด้วยการเรียน 50% และทำงาน 50% รวมทั้งเรียนปิดท้าย 2 สัปดาห์ รวมระยะเวลาเริ่มตั้งเเต่ 50 สัปดาห์ ไปจนถึง 74 สัปดาห์ นักเรียนสามารถเริ่มทำงานได้ตั้งเเต่เริ่มโปรแกรม โดยทำงาน part-time หลังเลิกเรียนได้ 20 ชม.ต่อสัปดาห์ในช่วงเรียน เเละในช่วงฝึกงานจึงจะสามารถทำงานเต็มเวลาได้สูงสุดถึง 41 ชม.ต่อสัปดาห์ โดยแบ่งเป็นงานที่ตรงตามสาขาที่เรียนประมาณ 21 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และงาน Part-time 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

โดยสถาบันที่เปิดการเรียนการสอนนี้อาทิเช่น Greystone College เป็นต้น
ซึ่งมีหลักสูตรที่สอนได้แก่
1. Tourism and Hospitality Management Diploma
2. Business Programs

English Course

หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

เรียนภาษาอังกฤษที่แคนาดาเป็นทางเลือกที่ดี เพราะเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก และมีสำเนียงใกล้เคียงกับอเมริกามาก ซึ่งเป็นสำเนียงที่คนไทยค่อนข้างจะคุ้นเคย มีความปลอดภัยสำหรับนักเรียน อากาศก็ดี และธรรมชาติงดงาม ผู้คนอัธยาศัยดี เป็นมิตร และประเทศที่มีสถาบันภาษา มากมายให้นักศึกษาได้เลือกเรียน ซึ่งมีคุณภาพดี มีมาตรฐานในการสอนสูงโดยมีทางเลือกหลากหลายเมือง อย่าง Vavouver Toronto หรือ Montreal

School

Location

Montreal / Vancouver / Toronto

Vancouver / Toronto

Montreal / Vancouver / Toronto

School

Location

Vancouver / Toronto

Vancouver / Toronto